“คำต่อว่า ด่าทอ” ไม่ได้เป็น “VERBAL ABUSE” ซะหน่อย



      “คนอื่นเขาก็ทำกัน” “คนนั้นทำก็ไม่เห็นเป็นไรเลย” คำพูดเหล่านี้มันสะท้อนสังคมปัจจุบันที่มีแต่ความเคยชิน ชินชากับสิ่งรอบข้างที่เหมือนเดิม การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันเกิดขึ้นหากทุกคนยังคงเฉยชากับการกระทำของคนทั่วไป หรือเมินเฉยกับคำพูดของคนอื่น


“คนอื่นลำบากก็เพราะมึงเนี่ย”
“คนอย่างมึงจะไปทำไรเป็น”
“มึงทำไม่ได้หรอก มึงไม่เก่ง”
“ผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอก”
“พ่อแม่ไม่ได้ตายจะร้องไห้ทำไม”
“โง่ขนาดนี้จะมาเรียนทำไม”
ฯลฯ


     คำพูดเหล่านี้มันอาจจะเป็นคำพูดที่หลายคนคงเคยได้ยิน หรือไม่ก็เป็นคนพูดออกมาเอง คำพูดที่ดูเป็นการต่อว่า แต่ความจริงมันกลับสร้างความเจ็บปวดให้กับคนฟังไม่รู้ลืม ทว่าคนพูดพูดออกมาเดี๋ยวก็ลืม คนที่ฟังคำพูดเหล่านี้ พวกเขาจะจำมันไปตลอด ไม่มีวันลบออกจากสมองได้หรอก ยิ่งได้ยินมากเท่าไรมันก็ยิ่งส่งผลต่อตัวมากขึ้นเท่านั้น


     คำพูดเหล่านี้เรียกว่า “Verbal Abuse” คือการใช้ถ้อยคำ หรือคำพูดแง่ลบในการวิจารณ์ ต่อว่า หรือด่าทอผู้อื่น ทำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์ในทางลบ รู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าด้อยค่ากว่าคนอื่น มันเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่งที่คนพูดอาจจะไม่รู้ตัวหรือจงใจพูดเพื่อกระทบเสียดสีก็ได้


     Verbal Abuse มันสามารถส่งผลกระทบต่อตัวผู้ฟังเป็นอย่างมาก ถ้อยคำเหล่านี้มันสร้างบาดแผล สร้างความเจ็บปวด พวกเขาอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “เราไม่ได้ตรงไหน” “ทำแบบนี้ผิดไหม” “ทำแบบนี้ถูกหรือยัง” หรือพวกเขาอาจจะโทษตัวเองซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น มันไปบั่นทอนความมั่นใจของตัวผู้ฟังไม่มากก็น้อย


     หลายคนอาจจะพูดได้ว่า “ก็เก็บคำพูดที่โดนว่าวันนี้ไปเป็นแรงสู้สิ” คำพูดนี้มันใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอก ใช่ว่าทุกคนจะคิดแบบนี้เหมือนกันหมด อย่างแรกเลย เมื่อคนเราโดนว่าหรือวิจารณ์อะไรแล้ว พวกเขาก